ในที่สุดข้าพเจ้าก็ถึงบ้านT^T

และอีกหนึ่งปีกับวาเลนไทน์แสนเงียบเหงา

เอาล่ะเรามาชมประสบการณ์การเก็บเลเวลที่เขาชนไ่ก่ในชั้นปีที่สองกับผมเลย ดีกว่า>o<(เปลี่ยนเรื่อง...)

 

 

                วันแรก

 

เมื่อสองวันก่อนถือว่าเป็นวันที่เราตื่นเช้าที่สุดในรอบปีก็ว่าได้เลยมั้ง_ _” แน่สิก็รถที่มันจะออกไปเขาชนไก่มันจะออกตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วนี่สิ ไอบ้านของเราก็ใช่ว่าอยู่ใกล้สนามหลวงที่ๆเขาขึ้นรถกันมากขนาดตื่นตีห้าสี่สิบยังออกไปทันซะด้วย เล่นตื่นมันซะตั้งแต่ตีสี่ครึ่งนิดๆกระดิกตัวลุกจากที่นอน อาบน้ำ (แบบสะอาดๆ) เป็นรอบสุดท้ายในช่วงเวลาสามวันข้างหน้าแต่งเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารแบบลวกๆ หยิบกระเป๋าตัง มือถือ แล้วก็คว้าเป้สนามกระโดดออกจากบ้านไปตอนตีห้านิดๆ

                มาถึงศูนย์การกำลังสำรองตอนตีห้าสามสิบห้าได้ล่ะมั้ง เรียกรวมพลตอนหกโมงตรง แต่กว่าจะทำอะไรเสร็จขึ้นรถก็ปาเข้าไปเกือบเจ็ดโมง=w=” เดินทางออกจากกรุงเทพใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงนิดๆก็มาถึงวัดป่าเลย์ไลก์ให้นักศึกษาได้ชมโบราณสถานซักครู่ (เริ่มสงสัยว่าวัดป่าเลย์ไลก์อยู่สุพรรณบุรีไม่ใช่เหรอ แต่เขาชนไก่มันอยู่กาญจนบุรี= =”ใครรู้โปรดช่วยแถลงไขนิดนึง) ลงจากรถเขาก็ให้ไปเข้าห้องน้ำพักหนึ่ง

แถวนั้นพ่อค้าแม่ค้าก็จะเตรียมต้อนรับนักศึกษาวิชาทหารอย่างเราๆอย่างดี แย่งตัวกันไปให้ซื้ออาหารของเขา ใครหิวก็รองท้องได้ แต่แนะนำว่าให้รอซื้อตอนท้ายๆ (แบบว่าก่อนขึ้นรถได้ยิ่งดี) ช่วงแรกพ่อค้าแม่ขายก็จะมีทั้งน้ำเย็นๆ ไก่ย่างหน้าตาน่ากินหลายเจ้า แรกๆก็ไม้ละ 5 บาท ทีแรกไอ้เราเห็นราคาก็พอทำใจได้อ่ะนะ เพราะว่ามันก็คงไม่ต่างกับที่กรุงเทพฯเท่าไหร่ (หมูปิ้งยังไม้ละห้าบาทเลย) ซักพักหนึ่งพอครูเขาบอกว่าอีกห้านาทีจะรวมพล มันเริ่มเปลี่ยนราคามาอยู่ที่สามไม้ 10 บาท พอเขารวมพลชี้แจงอะไรเสร็จจะให้ขึ้นรถเดินทางต่อคราวนี้ ราคาเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเป็นสี่ไม้สิบพร้อมแถมฟรีข้ามเหนียวหนึ่งห่อ O.o แดดก็จะเริ่มส่องจางๆแล้วเราเลยล้วงครีมกันแดดมาป้ายแขนกับหน้าไปสองสามจึ้ก ก่อนจะมาถึงดินแดนแห่งนี้ เขาชนไก่

เข้ามาสภาพโดยรอบก็ไม่ต่างจากค่ายลูกเสือที่เคยไปเท่าไหร่ แดดก็คงคล้ายๆกันแถมวันนี้ยังมีเมฆจางๆคอยกรองแดดให้+ครีมกันแดดอีก ฮ่ะๆๆ ลงจากรถไปทำพิธีเปิดนี่ข้าพเจ้ารู้ซึ้งเลยว่าดินแดนที่ปกคลุมด้วยเมฆจางๆราวกับเมืองในหมอกแห่งนี้มันไม่ใช่เมฆอย่างที่เราคิดน่ะสิ มันคือฝุ่น ลอยละลิ่วเต็มท้องฟ้าทั่วไปหมด=w=” ส่วนแดดน่ะเหรอแม่เจ้า - -“ลงไปทำพิธีเปิดสิบห้านาทีนี่เอาน้ำจากกระติกหยดลงคอมแบตเล่นมันดันระเหยแบบ instant ซะอย่างงั้น (จับเวลาได้สามวินาทีก่อนจะไม่เห็นหยดน้ำจะสิ้นชีพ…) ครีมกันแดดอนุภาพปานกลางที่ข้าพเจ้านำไปนั้นถูก ความร้อนและแสงแดดจ้าทะลุทะลวงเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

แค่นั้นรวมถึงเช็คชื่อทำอะไรเกี่ยวกับธุรการเสร็จแล้ว ก็กินเวลาเกือบๆถึงช่วงบ่าย น่าดีใจมั้ยเราเป็นโรงเรียนแรกที่โดนทำโทษ (ข้อหา: เดินไปเช็คชื่อ(?) เพราะมันสั่งให้วิ่ง)อาหารเที่ยงจัดไว้ให้เป็นถาดหลุม อาหารใช้ได้ไม่โหดร้ายอย่างที่คิด แต่ใครไม่เอาช้อนไปก็คงต้องทำใจหาอย่างเร่งด่วนเอาแถวนั้นล่ะนะ เขาก็จะจัดเราเข้ากองพัน เราก็อยู่กองพัน 22…(อืม ปีสองชุดสอง) ร้อย 3 หมวด 3 หมู่ 3 คนที่ 3 ….(ไปซื้อลอตเตอรี่ดีกว่าแหะ) แต่ความสนุกสนานมันเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ 13 (วันที่สอง) มันดันมีคนหายไป 3 คนด้วยนี่สิ (ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง)

 บ่ายๆก็ไปฝึกสองสามอย่าง ป้อมสนาม การพักแรม แล้วก็การพรางตัว เยส! การพรางตัว เราต้องทำตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติ (สีเขียว สีน้ำตาล สีดำ จริงมั้ย?) ใช้แต่ที่นี่เขามาเป็นธงชาติบราซิล เขียวสลับเหลือง (ซึ่งยังพอดูได้ใช่มั้ย?) กลับมาพอถึงตาเราพรางมันเล่นละเลงแต่สีเหลืองจะพรางให้ฆ่าศึกมันซูมยิงหัวเรอะ=[]=”

เสร็จจากการฝึกแบบเมื่อยๆ (เพราะนั่งซะสามสี่ชั่วโมง) ก็กลับเข้ากองพันจัดของเข้าเต้นท์ จัดเวรยามเข้าตอนกลางคืน (วันแรกร้อย 1 วันที่สอง ร้อย 2 วันที่สาม ตรูกลับบ้าน 555) จัดเต้นท์นิดหน่อย (ใครไม่เอาผ้าปูรองนอนไปจะรู้สึกไม่อยากนอนอีกเลยเนื่องจากทรายและใบไม้แห้งรอคุณอยู่ ณ พื้นเต้นท์) ขนาดเต้นท์ก็ไม่ใหญ่ไม่เล็ก พอจะเอาหัวกับตัวสอดเข้าไปนอนได้ (โดยไม่มีที่เหลือจะวางของหรือส่วนเท้า- -“)…ออกมารวมพลกินข้าวเย็นนั่งฟังครูพูดอีกหน่อยนึง แล้วก็ ตรวจผม (คัดคนไปกระจุกเดียว พวกที่ยาวโค่ดๆรับไม่ได้น่ะนะ) จับไปตัดทรงสาวสะกิดแม่ (?)

เคยเห็นเวลาคุณเดินเที่ยวห้างแล้วมีเด็กสาวๆมาเดินกับคุณแม่มั้ย พอเด็กน้อยคนนั้นเห็นหัวของคุณ เธอก็จะหันไปหามารดาของเธอถามว่า “นั่นมันทรงเ_ย อะไรคะแม่? =[]=” “

เอาน่ะแต่เย็นๆก่อนทานข้าวเย็น อาจารย์ผู้กำกับของพวกเราก็ปรารถนาดีนำเครื่องดื่มเกลือแร่มาฝากนักศึกษาตาดำๆ >o< แต่ครูฝึกพี่แกดันพูดออกไมค์ให้โรงเรียนเราไปรับท่ามกลางสายตาอาฆาตของผู้ร่วมค่ายอีกหลายๆสถาบันนี่สิ ไหนจะแปรงสีฟันที่อาจารย์เขาซื้อมาให้ทีหลังอีก (คราวนี้โรงเรียนอื่นก็จำชื่อโรงเรียน<สงวนนามสถาบัน> ได้แม่นยำ) ใครไปผลัด 36 กับข้าพเจ้าจะรู้_ _”

 แล้วก็ไปนอนกันตอนสามทุ่มกว่าๆ

ไอ้ตอนนอน ทั้งๆที่รู้สึกโค่ดจะง่วงแต่มันนอนไม่หลับ ใครว่าเขาชนไก่กลางวันร้อนกลางคืนเย็น ความจริงน่ะ กลางคืนร้อนเช้ามืดพอรับได้กลางวันร้อน_บหาย = =” แค่ความร้อนน่ะไม่เท่าไหร่ ไอ้ยุงเพียงสองสามตัวนี่แหละมันจะทำให้ท่านอารมณ์เสียได้มากกว่าที่คิด พอตรูกำลังเคลิ้มๆจะหลับก็มีเสียง วี้ๆๆ~ ดังจ่อหูตลอด จับก็ไม่โดนสงสัยพวกนี้เลเวลสูงเกินไป= =a หรือต้องตีให้อ่อนแรงก่อน (?) แต่ประมาณสี่ทุ่มก็จะเริ่มเงียบๆ คาดว่าจะได้นอนซักทีคราวนี้ไอ้ยุงเจ้ากรรมมันทะลึ่งบินเข้าไปในเสื้อ- -“ กว่าจะได้นอนจริงๆก็ห้าทุ่มหน่อยๆ (แน่นอนไม่ได้เปลี่ยนชุด ไม่ใช่เพราะซกมก แต่ภาพไม่เอื้ออำนวย)

 

 วันที่สอง

 

เขาให้เราตื่นตอนตีห้า (อืมตีห้า ตรูตื่นมาตีสี่ครึ่งโดนทำโทษซะงั้น(?)) รับปืนกินข้าวเช้าแล้วก็ไปฝึกบุคคลทำการรบในเวลากลางวันและกลางคืน (ออกนอกตัวค่ายตลอดยันสามทุ่มครึ่ง=[]=”) เดินๆไปเรื่อยๆออกมาเหมือนอยู่กลางทะเลทรายยังไงพิกล ฝุ่นเริ่มตลบขึ้นจากฝีเท้าของคนข้างหน้า

 แดดเริ่มแผดเผาประมาณเก้าโมงครึ่ง แต่คราวนี้เราใช้วิธีพับแขนเสื้อลงแทนครีมกันแดด>o< (คราวนี้แขนก็เลยมีสีสามสีเป็นชั้นๆสวยงาม) แน่นอนวันนี้เราก็นั่งกันไปร่วม 4 ชั่วโมงในช่วงเช้า (นั่งฟังครูเขาร่ายยาวเกี่ยวกับหมู่ปืนเล็ก) ฝึกการจัดรูปชบวนนิดหน่อย แล้วก็ทานข้าวเที่ยงสุดอร่อยกลางดินทรายแถวๆนั้นน่ะแหละ ไม่มีอะไรมาก

ความสนุกมันเริ่มขึ้นตอนช่วงบ่ายน่ะสิ หลังจากเราได้รับ Item ใหม่มาสวมที่หัว มันคือ

“ไอ้ตึ้บ” สุดยอดหมวกเหล็กสวมหัว

 คุณสมบัติ: Speed – 50, Str + 1, Def + 50, Int -100 (ใช่แล้ว -100 มันสามารถทำให้คุณมองไม่เห็นอะไรไปชั่วระยะหนึ่งได้ มันสามารถทำให้เป้าหมายเบื้องหน้าของคุณเปลี่ยนไปได้อย่างง่ายดาย มันยังทำให้เกินอาการมึนงงได้อีกหลายลักษณะ)

หนักชิบ=[]=” แต่ก็นะ เนื่องด้วยเราเป็น ผบ. หมู่ปืนเล็กก็ต้องเตรียมสั่งการพร้อมลุย วิ่งเข้าแนวเข้าตีเริ่มด้วยการโผเข้าที่กำบัง แล้วก็เดินไปด้านหน้า คราวนี้ระเบิดเสียงที่เขาวางๆไว้ก็จะดังขึ้นสมมติว่าระเบิดพวกนั้นเป็นปืนใหญ่ (โค่ดจะดังเลย ได้ feeling ดีเหมือนในหนังเขาชนไก่นั่นแหละ) ก็ต้องหมอบลงแล้วเคลื่อนที่ออกจากบริเวณนั้นคราวนี้ข้าศึกก็จะเริ่มยิงปืนมาประปราย (เอฟเฟคเสียงปืนตะการตาเหมือนของจริงอีกแล้ว ว้าว) ก็ต้องคลานต่ำๆผ่านไปทีละชุดยิง ไอ้ตอนสุดท้ายเขาบอกว่า ข้าศึกเริ่มเอาปืนกลมาช่วยยิงเลยต้องไปเป็นบุคคล(ทำใจเสียงปืนกลแม่งต้องโหดร้ายทารุณแน่ๆ) ดันเป็นเสียงปืนกล(อย่างที่หวังไว้)+ RPG + เสียงปืนเลเซอร์ซะงั้นอ๊ะ=[]=” หมดกัน feeling ที่รัก- -“

                หลังจากหลุดออกไปได้ก็ต้องไปคลานๆกลิ้งๆ+ลอดลวดหนาม ใครที่คิดว่ามันจะมีหลายๆเส้นล่ะก็เห็นลวดหนามสี่เส้นที่เขาขึงไว้(แบบต่ำเกือบติดดิน- -“) ก็อย่าผิดหวังมากก็แล้วกัน ถ้าคุณคิดว่านั่นลำบากแล้วกรุณาคิดถึงตอนวิ่งกลับซะก่อน - -“ คุณจะรู้สึกได้ถึงระยะทางที่เพิ่มขึ้น =[]=” เมื่อคุณมีไอ้ตึ้บอยู่บนหัวมันจะทำให้คุณรู้สึกมันยาวขึ้นอีก รวมกับข้าพเจ้าที่เข็ดขัดฝึกมันดันหลุดแล้วหลุดอีกก็คงไม่ต้องบรรยายสินะ= =”

                เอาล่ะหลงจากกินข้าวเย็นแล้วคืนไอ้ตื้บเรียบร้อยแล้วเราก็ได้รับมอบหมายให้ไปล้างห้องน้ำ=w=” ก่อนเข้าฝึกกันตอนกลางคืน มีการสอนนับระยะจากแสงและเสียง ฟังเสียงข้าศึกทำกิจกรรมแล้วก็เดาว่าเขาทำอะไรกัน (แน่นอนเขาคงไม่ Yara…กันแน่ๆ- -“) แล้วก็สอนหาทิศเหนือจากกลุ่มดาวต่างๆ (ครูฝึกแกเล่นเอาไฟฉายยิงไปที่ดาวแล้วจะเห็นมั้ยล่ะครับเนี่ย=[]=”)

                จากเมื่อกี้เลยเกิดอารมณ์อยากได้ Star Pointer ราคาถูกๆ ใครมีอยากส่งต่อให้ซักอันก็ติดต่อได้นะครับ=w=   

            นอนดูดาวหลังติดทรายและเมล็ดพืชที่เกาะติดเสื้อแบบไม่ยอมหลุด=[]=” ท้องฟ้ายามค่ำคืนช่างสวยงามเห็นดาราระยิบระยับ=w=” แต่พระจันทร์ที่นี่ในวันศุกร์ที่ 13 แห่งนี้มันดันเป็นสีแดงน่ะสิ= =” (เพราะฝุ่นน่ะนะ) คราวนี้พอจะเช็คยอดกลับ ไอ้กองร้อยเรามันดันมีคนหายไปสามคน(ขึ้นชื่อว่า3333เลยอยากหายไปพร้อมกันสามคนงั้นเรอะ=[]=”) ครูแกก็หาซะครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่า….

 

พวกพี่แกหนีไปอยู่ร้อย 2 เรียบร้อย= =” สรุปคืนนั้นหมวดเราหมวดเดียวที่ฝึก (ที่เหลือนั่งรอครูหาเพื่อน=[]=”)

เดินกลับเข้าค่ายผ่านทางถนน อย่างมืด=[]=” แบบว่าคุณไม่มีไฟฉายนำนี่เดินไม่ถูกจริงๆแต่ก็กลับมาข่มตานอนไปอีกหนึ่งคืน (ทั้งๆที่เหนื่อยพอสมควรแต่รู้สึกไม่ง่วงเลยแปลกมั้ย?= =”)

 

วันที่สาม

 

ครูเขานัดตื่นตีห้า(อีกแล้ว) อืมพยายามจะตื่นก่อนแล้วมาจัดของเก็บเข้ากระเป๋าพร้อมกลับบ้านอ่ะนะ ปรากฏว่าเพื่อนคนหนึ่งมาเปิดไฟฉายส่องหน้าเราตอนตีห้านิดๆบอกว่า “ไอ้อั้ม อีกสองนาทีเขาจะรวมแล้ว เท่านั้นแหละ- -“ รองเท้าบินไปทาง ชุดฝึกบินไปอีกทางทุกอย่างที่ไม่น่าจะได้ใช้ถูกยัดเข้าสู่กระเป๋า เก็บของเคลียเต้นท์ปัดฝุ่นเสร็จภายในสองนาทีก่อนวิ่งไปเข้าแถวอย่างฉิวเฉียด (ทำได้ยังไงก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน)

รับปืนกินข้าวออกไปฝึกเคลื่อนหมวดปืนเล็กไม่มีอะไรแค่เดินๆเล็งปืน= =” เนื่องด้วยหน้าที่อันแสนสบาย “พลวิทยุ” กลับระยะทางเดินที่เท้าน้อยๆซึ่งหมกอยู่ในรองเท้าบู๊ทตลอดสองสามวันชินแล้วเลยไม่มีปัญหาอะไร

สรุปเราก็ไปนั่งฟังครูเขาพูดอีกหลังจากฝึกเสร็จ (สรุปสามวันนี่นั่งไปร่วม 10กว่าๆชั่วโมงได้) เมื่อยยิ่งกว่าฝึกอีกขอโทษ- -“…ปีหน้าข้าพเจ้าจะเอาเบาะรองนั่งไปคอยดูสิ=[]=

ก่อนขึ้นรถใครที่ไม่คิดว่าจะได้ใช้กระติกน้ำจงกลับใจแล้วเติมน้ำให้เต็มก่อนขึ้นรถซะ= =” จะได้ไม่ต้องทนกับสภาพขาดน้ำก่อนถึงกรุงเทพฯแบบข้าพเจ้า= =”

กลับมาถึงบ้านในที่สุด- -“วิ่งเข้าห้องน้ำเอาฝักบัวราดหัวปรากฏการณ์ใหม่ก็เกิดขึ้น น้ำที่ไหลสู่พื้นนั้นเป็นสีส้มเช่นเดียวกับฝุ่นเรียบร้อย = =” กะว่าอัพบล็อกเสร็จจะไปนอนเต็มที่ซักที งั้นขอลาตรงนี้เลยก็แล้วกัน

ปล. เขาห้ามเอาส้อมไป ถือเป็นของมีคม

ปลล. งู แมงป่อง ตะขาบไม่เห็นเจอซักตัว= =” สงสัยพวกผลัดแรกๆจับกินเรียบร้อย?

ปลลล. อย่าลืมเอาเงินไปเพราะไม่งั้นท่านจะพลาดอาหารการกินที่เซเว่น

ปลลล. ขอให้ผู้ร่วมผลัดทุกๆท่านโชคดีหวังว่าปีหน้าเราคงได้ร่วมงานกันใหม่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตื้นเต้นน ถ้าผมไปสงใสตายเพราะขาดน้ำตอนนั่งฟังแล้วละมั้ง

#1 By Somebody (124.120.134.209) on 2009-02-14 20:23

โอ้วว ท่าน กลับมาแล้วเรอะ
ดูท่าทางสนุกดีนี่?
ว่าแต่ไม่ได้แฟนกลับมาเลยเรอะวันนี้= ="
แต่ช่างน่ากลัว ศุกร์13 พระจันทร์แดง(Scarlet moon)
ว่าแต่วันสุดท้ายเปนอาร๊ายย ดันตื่นสาย ทั้งๆที่วันแรกกะสองตื่นตี 4นิดๆ
นอนแล้วเรอะ เร็วจิง ปกตินอนตั้งตี2-3= =a
เอาเหอะ 55+ เจอมะไรจะถาม
ฝุ่นเยอะงั้นเอาหมวกอาบน้ำไปใส่ดีมั้ยเนี่ย= =
ได้ศัพท์ใหม่ "ไอ้ตึ๊บ"
ไปและ บาย
ปล. วันนี้เที่ยวหนุกมาก >w<"

#2 By ผู้เยาะเย้ยคนเดิม (124.121.25.187) on 2009-02-14 23:08

5555555555555555555555555

#3 By Yoda (125.25.139.142) on 2009-03-08 15:53